posted on 30 Dec 2008 18:49 by pirunporn
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เกาะเสม็ด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล ที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะลักษณะทางภูมิประเทศที่นักท่องเที่ยว สามารถเล่นน้ำ และทำกิจกรรมต่างๆ ได้หลากหลาย นักท่องเที่ยวยังสามารถเช่าจักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์ ขี่เล่นได้ ท่านสามารถชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก
บึงบัวทะเลน้อย
บึงบัวทะเลน้อย บึงน้ำแห่งชีวิต ที่รวมของมวลไม้น้ำ และเหล่าปักษาที่มาอาศัยอยู่นับแสน เป็นบึงน้ำที่ผูกพันกับ วิถีชีวิตของผู้คนมาเนิ่นนาน เรียกขานบึงว่าเป็น ทะเล ด้วยความกว้างใหญ่ ใครจะเชื่อว่า ในยามเช้าทุกวัน เมื่อแสงแดดส่องบึงน้ำแห่งนี้ก็จะกลายเป็นบึงสีชมพู ด้วยบัวแดงบานสะพรั่ง
แหลมพรหมเทพ อยู่ห่างจากหาดราไวประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่-ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า บริเวณแหลมพรหมเทพ เป็นส่วนที่สวยงามที่สุดส่วนหนึ่งของเกาะ-ภูเก็ต เหนือแหลมพรหมเทพเป็นที่ราบสำ หรับจอดรถ ซึ่งอยู่บนหน้าผาสูงริม-ทะเล จากหน้าผานี้จะมองเห็นแหลม-พรหมเทพ ทอดยาวออกไปในทะเล ทะเลจะเห็นเกาะหลายเกาะ รวมทั้งเกาะแก้วพิสดาร ทางด้านขวามือจะเห็นแนว หาดทรายของหาดในหานชัดเจน จากบนหน้าผามีทางเดินลงเขาไปจนถึงสุดแหลมพรหมเทพได้ เป็นสถานที่ชม พระอาทิตย์ตกได้งดงามยิ่งนัก
เทศกาลทุ่งทานตะวันบาน เป็นชื่อเรียกเทศกาลรวมๆ ในการจัดชมดอกทานตะวันในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย จะจัดขึ้นโดยจะมีในช่วงเดือนตุลาคม - เมษายน ของทุกปี โดยมีพื้นที่ปลูกใน อำเภอพัฒนานิคม บางส่วนของอำเภอเมืองลพบุรี รวมทั้งบริเวณโดยรอบเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และรวมถึงพื้นที่ติดต่อกันในจังหวัดสระบุรีอีกด้วย
น้ำตกทีลอซู คำว่า ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก ติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก ซึ่งการเดินทางไปชมน้ำตกแต่ละชั้นบางครั้งจะต้องเดินผ่านสายน้ำตก ควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
edit @ 30 Dec 2008 19:41:48 by ii_mod_ii
posted on 29 Dec 2008 11:00 by pirunporn
การเรียนในมหาวิทยาลัย
คุณต้องเรียนอย่างหนักแต่ไม่ใช่เรียนอย่างเดียวนะคะคุณต้องร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยต้องเอาทั้ง 2 อย่างไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่งคบเพื่อนต้องคบเพื่อนที่ดีที่คุณไว้ ใจว่าจะพาคุณไปรอด และจบไปด้วยกัน ทั้งนี้คุณต้องมีความรับผิด ชอบแลมีระ- เบียบวินัยในตนเองด้วย ไม่ใช่ให้คนอื่นคอยบอกคอยสั่งตลอดเวลา ในการทำงาน คุณจะต้องทำงาน และส่งให้ตรงต่อ เวลาที่อาจารย์ระบุมา จะไม่มีการมาทวงงาน เหมือนตอนมัธยมอีกต่อไป แล้วการเป็นนักศึกษา คุณต้องเข้าใจคำว่านักศึกษา คือมีหน้าที่ศึกษาหาความรู้ไม่ใช่ไปมหาลัยเพื่อไปนั่งมองหนุ่มๆหรือนั่งเหล่สาวไป วันๆ
การที่จะทำให้เราอยู่รอดในมหาวิทยาลัยได้นั้น มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกันเพื่อ ให้เพื่อนๆนักศึกษาและน้องๆที่กำลังจะเข้ามาี่ศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย เตรียมตัวได้ถูกจึงนำปัจจัยต่างๆที่เกียวข้องกับการทำให้เราอยู่รอดในมหาวิท- ยาลัยมาเล่ากันสู่ฟัง ซึ่งมีดังนค่ะ
1.เวลา - คุณต้องเรียนหนัก ส่งงานทุกครั้ง เวลาเข้าเรียนทุกครั้งคุณลืมเรื่องเวลาไปได้เลยไม่ต้อง บ่นว่าเมื่อไหร่จะเลิกลืมข้อนี้ไปได้เลยถ้าอยากเรียนให้รอด
2.เพื่อน - ถ้าคบเพื่อนดี ก็ดีไปค่ะ เพื่อนดีนี่แหละะพาคุณไปรอดทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองด้วย นะคะการเรียนในมหาวิทยาลัย ต้องคบเพื่อนเป็นกลุ่มค่ะ และคุณต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยไม่ใช่ให้ เพื่อนช่วยตลอด
3.งาน - โดยเฉพาะงานกลุ่ม คุณต้องช่วยกันทำไม่ใช่เกี่ยงงานกันทำคุณโตแล้วรับผิดชอบตัวเองได้ รู้หน้าที่ว่าคุณต้องทำอะไรบ้างไม่ใช่ให้เพื่อนทำคนเดียวแบบนี้เพื่อนไม่คบแน่นอนค่ะแล้วคุณก็จะอยู่ อย่างโดดเดี่ยวจะไปรอดมั๊ยนั่นอีกเรื่องนึง
4.ความรับผิดชอบ - คุณต้องมีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา โตแล้ว ควรที่จะรู้เวลา ว่าเวลาไหนควร เรียนเวลาไหนควรเล่น
5.กิจกรรม - การร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย คณะ หรือชมรม ถือเป็นส่วนหนึ่งที่คุณต้องเข้าร่วม ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ จะพิจารณา ข้อนี้ด้วย หากคุณไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆเลย บริษัทต่างๆก็จะไม่ รับคุณเข้า ทำงานแน่นอน เพราะเค้าถือว่าคุณไม่มีสังคมค่ะการร่วมกิจกรรมทำให้คุณได้รู้ จักเพื่อนใหม่ หรือสิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ
ปัจจุบัน ระดับมัธยมปลายบางแห่ง ก็มีการเรียนการสอนแบบมหาวิทยาลัย เพื่อปูทาง นักเรียนไปสู่มหาวิทยาลัย ซึ่ง ดิฉันถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะค่ะ เพราะนักเรียนจะได้รู้จักคุณ ค่าของการเรียน เพื่อเก็บเกี่ยววิชา ความรู้ที่จะ ได้ใน ระดับชั้นมัธยมปลายเพื่อเป็นราก ฐานในการก้าวไปสู่รั่วมหาวิทยาลัย
posted on 25 Dec 2008 17:55 by pirunporn
การบริหารรัฐกิจ หรือ รัฐประศาสนศาสตร์ (Public administration)
คือ การดำเนินการทั้งปวงของฝ่ายบริหาร ยกเว้นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการ
โดยมีจุดมุ่งหมายให้นโยบายของรัฐที่วางไว้บรรลุผล อาจมองได้ทั้งเป็นการปฏิบัติการและการเป็นสาขาวิชาแขนงหนึ่ง ในการบริหารและจัดการภาครัฐ จะไม่เหมือนการบริหารธุรกิจที่เน้นกำไรสูงสุด (profit maximize) แต่เป็นการเน้นการให้บริการที่ให้ลูกค้าพึงพอใจ โดยลูกค้าก็คือ ประชาชนที่มาใช้บริการ และต้องเป็นการให้บริการต่อทุกคนอย่างเป็นธรรม
การศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ศึกษาเกี่ยวกับอะไรบ้าง1. นโยบายสาธารณะ2. การปฎิรูประบบราชการ3. องค์การกับการบริการสาธารณะ4. การบริหารทรัพยากรมนุษย์5. การคลังและงบประมาณ
6. ธรรมาภิบาล
ในที่นี้เราจะยกตังอย่างเพียงแค่เรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์เพียงตังอย่างเดียวเท่านั้น
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวางแผน การกำหนดคุณลักษณะ และคุณสมบัติของประชากร เริ่มตั้งแต่เกิดจนตาย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ รัฐต้องดูแลรักษา ใช้งาน และให้ประโยชน์แก่ทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย คือ ก่อนเข้าทำงานและหลังพ้นจากงานเป็นภารกิจของรัฐนั่นเอง
หน้าที่ของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มีดังนี้คือ
1. กำหนดกลยุทธ์ของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM Strategy)
2. การวางแผนกำลังคน / การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ (HR Planning)
3. การสรรหา คัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง (Recruitment + Selection and Placement) ถือว่าเป็นกระบวนการจัดหาบุคคลเข้ามา (Procurement)
4. การฝึกอบรมและการพัฒนา (Training and Development)
5. การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal)
6. การบริหารค่าตอบแทน สวัสดิการและผลประโยชน์ (Compensation, Benefit and Service)
7. วินัย (Discipline)
8. สุขภาพและความปลอดภัย (Safety and Health)
9. แรงงานสัมพันธ์ (Labour Relation)
10. ระบบข้อมูล การตรวจสอบ และการวิจัยทรัพยากรมนุษย์
แหล่งงานสำหรับบัณฑิตสาขาวิชาบริหารรัฐกิจ หรือ รัฐประศาสนศาสตร์ 1. แหล่งงานภาครัฐ บัณฑิตสาขาวิชานี้สามารถทำงานด้านบริหาร นโยบาย และแผนงานได้ทุกหน่วยราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม กอง เช่น ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เจ้าหน้าที่ประสานงาน เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล เลขานุการบริหาร นักวิชาการศึกษา ฯลฯ สำหรับผู้ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาต่างประเทศดีก็สามารถทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ หรือ นักการทูตได้ สำหรับในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรมหาชนก็มีตำแหน่งคล้ายคลึงกับหน่วยงานราชการ
2. แหล่งงานภาคเอกชน ตามที่ได้กล่าวแล้วว่า บัณฑิตสาขาวิชานี้ได้เรียนรู้ความรู้ และเครื่องมือทางการบริหารงานมากกว่าสาขาอื่นๆ ของวิชารัฐศาสตร์จึงทำให้บัณฑิตสามารถนำความรู้เทคนิคด้านการบริหารจัดการไปใช้ในการทำงานภาคเอกชนได้ดีในการบริหารงานทุกระดับของบริษัท โดยเฉพาะบัณฑิตที่มีความรู้การคำนวณ และภาษาดี ขอบข่ายงานก็ยิ่งจะกว้างขวางมากขึ้น เช่น นักวิเคราะห์โครงการ นักวิเคราะห์การลงทุน นักวิเคราะห์ระบบงาน นักบริหารองค์การระดับสูงที่สามารถวิเคราะห์การบริหารเศรษฐกิจมหภาคได้
..................................เรื่องดีดีเกี่ยวกับหลักสูตรที่ควรรู้...............